รายงานการนิเทศ
การจัดกิจกรรม กศน.

ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2564
กศน. อำเภอเมืองยโสธร

1. นโยบายเร่งด่วน

1.1  การสร้างและพัฒนาศูนย์สาธิตและการเรียนรู้
“โคก หนอง นา โมเดล”

เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการบริหารทรัพยากรรูปแบต่างๆ และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่

หลักการ-เหตุผล
การจัดการพื้นที่ซึ่งเหมาะกับพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ โคก-หนอง-นา โมเดล เป็นการที่ให้ธรรมชาติจัดการตัวมันเองโดยมี มนุษย์เป็นส่วนส่งเสริมให้มันสำเร็จเร็วขึ้น อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ความรู้กับประชาชนให้สามารถ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวการบริการจัดการที่ดินของตนเองและสอดคล้องกับพื้นที่ที่ตนเองมีอยู่ จึงจัดทำโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ “โคก หนอง นาโมเดล” สู่วิถีพอเพียง เพื่อส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชนสามารถนำมาประยุกต์ในการบริหารจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์และเหมาะสมในการทำการเกษตรและอยู่อย่างพอเพียงได้

สภาพขั้นตอนการดำเนินการ

         ดำเนินการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อให้ประชาชนเรียนรู้ศาสตร์พระราชาและสามารถนำมาประยุกต์ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ โดย จัดอบรมให้ความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ให้กับประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 80 คน (จาก 4 กลุ่มโซนๆละ 20 คน)

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ

         1) จำนวนผู้เข้ารับการอบรมเป็นไปตามแผนจัดการอบรม จำนวน 80 คน

         2) มีหลักสูตร-สื่อ ที่ชัดเจน เอื้อต่อการเรียนรู้

         3) วิทยากร มีความรู้ความเข้าใจ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

         4) ร้อยละ 80 ของผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ในชีวิตประจำวัน และส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้

1.2 หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรม 

การพัฒนาชุมชน เพื่อความกินดีอยู่ดีมีงานทำของประชาชน

หลักการและเหตุผล 

         ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน อาทิ การส่งเสริมการฝึกอาชีพ ที่เป็นอัตลักษณ์และบริบทของชุมชน ส่งเสริมการตลาด และขยายช่องทางการจำหน่าย เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์/สินค้า กศน.

หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรม
หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรม

กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่

หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรม
หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรม

ตำบลหนองเรือ อำเภอเมืองยโสธร

หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรม
หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรม

กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่

หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรม
หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรม

กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่

สภาพขั้นตอนการดำเนินการ 

         คัดเลือกกลุ่มอาชีพที่มีความพร้อมที่จะเข้ารับการพัฒนาต่อยอด สามารถยกระดับผลงานด้านอาชีพขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ได้แก่กลุ่มอาชีพแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ บ้านเลขที่ 34 หมู่ 8ตำบลหนองเรือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร

  • กลุ่มเป้าหมายตามแผน : = 18 คน

  • ผู้เข้าร่วม-ผ่านกิจกรรม = 18 คน

  • ระดับความพึงพอใจ = 5 (มากที่สุด)

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 

         1) จำนวนผู้เข้ารับการอบรมเป็นไปตามแผนจัดการอบรม จำนวน 18 คน

         2) มีหลักสูตร-สื่อ ที่ชัดเจน เอื้อต่อการเรียนรู้

         3) วิทยากร มีความรู้ความเข้าใจ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

         4) ผู้เข้าร่วมโครงการมีทักษะความชำนาญในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ได้ไม่น้อยกว่า 5 รูปแบบ/ชิ้น

         5) ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจในด้านการตลาดและการจัดจำหน่ายสินค้า

หมายเหตุ 

การประเมินระดับความพึงพอใจ ใช้เกณฑ์การประเมิน 4 ด้าน ประกอบด้วย

  1. ด้านเนื้อหา

  2. ด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม

  3. ด้านวิทยากร

  4. การอำนวยความสะดวก

สอบถามเกี่ยวกับ ความพึงพอใจผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมี ลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วน "ประมาณค่า" 5 ระดับ (Rating Scale) โดยใช้มาตราส่วน ประมาณค่าของลิเคิร์ท ( Likert) คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด โดยมีเกณฑ์การ แปลความหมายดังนี้

  • 5 หมายถึง มี ระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

  • 4 หมายถึง มีระดับความพึงพอใจในระดับมาก

  • 3 หมายถึง มีระดับความพึงพอใจในระดับปานกลาง

  • 2 หมายถึง มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อย

  • 1 หมายถึง มีระดับความพึงพอใจในระดับน้อยที่สุด

1.3 จัดโครงการจิตอาสา พระราชทาน

      “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

      หลักการและเหตุผล 

         โครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เพื่อให้ นักศึกษามีความรู้ในการปฏิบัติจิตอาสาและมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติ คือ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ กับการพัฒนาประเทศและการนำประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตต่างๆ และให้รับรู้ถึงพระราโชบาย ของในหลวงรัชกาลที่ 10 เรื่อง การสืบสาน รักษา ต่อยอด น าทฤษฎีของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาสู่การปฏิบัติให้เห็นผล

“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”
“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

กลุ่มโซน: บดินทร์เดชา

“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”
“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

กลุ่มโซน : บูรพา

“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”
“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

กลุ่มโซนบูรพา

“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”
“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

กลุ่มโซน: บดินทร์เดชา

สภาพขั้นตอนการดำเนินการ 

         จัดการอบรมให้ความรู้-ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติจิตอาสาและการสาธิต-ฝึกปฏิบัติการปฐม พยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติ

         คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการจากนักศึกษา กศน. หลักสูตรขั้นพื้นฐานทุกระดับ จาก กศน. ตำบลทั้ง 18 ตำบล 

         แบ่งการจัดการอบรมเป็น 4 กลุ่ม ตามกลุ่มโซน กศน. ตำบล โดยคณะวิทยากรผู้ให้ความรู้ 4 ชุด

  • กลุ่มเป้าหมายตามแผน : = 144 คน

  • ผู้เข้าร่วม-ผ่านกิจกรรม = 144 คน

  • ระดับความพึงพอใจ = 4.75 (มากที่สุด)

      ปัจจัยที่ส่งผลต่อความส าเร็จ 

  1. ผู้เข้ารับการอบรมเป็นไปตามแผนจัดการอบรม

  2. มีหลักสูตร-สื่อ-การแสดงบทบาทสมมติที่ชัดเจน เอื้อต่อการเรียนรู้

  3. วิทยากร มีความรู้ความเข้าใจ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

  4. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เกิดทักษะความชำนาญนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประวันได้

1.4 การจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำ

      ในรูปแบบ “Re-Skill & Up-Skill”

      หลักการและเหตุผล 

         ส่งเสริมการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำในรูปแบบ “Re-Skill & Up-Skill” และการสร้าง นวตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมีความหลากหลาย ทันสมัยและสามารถออกแบบใบรับรองความรู้ ความสามารถเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพได้
กศน. อำเภอเมืองดำเนินการจัดกิจกรรมตามโครงนี้ 2 รูปแบบ ดังนี้

"Re Skill & Up Skill"
"Re Skill & Up Skill"

วิชาชีพช่างพื้นฐาน 33 ชั่วโมง

"Re Skill & Up Skill"
"Re Skill & Up Skill"

วิชาชีพช่างพื้นฐาน 33 ชั่วโมง

"Re Skill & Up Skill"
"Re Skill & Up Skill"

วิชาชีพช่างพื้นฐาน 33 ชั่วโมง

"Re Skill & Up Skill"
"Re Skill & Up Skill"

วิชาชีพช่างพื้นฐาน 33 ชั่วโมง

สภาพขั้นตอนการดำเนินการ (โครงการที่ 1)

         จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ วิชาช่างพื้นฐาน หลักสูตร 33 ชั่วโมง โดยจัดการฝึกอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ ฝึกปฏิบัติงานช่างอาชีพพื้นฐานที่จ าเป็นตามบริบทของชุมชน มีความหลากหลาย รองรับความต้องการ ของพื้นที่ ประกอบด้วย

         1) ช่างทาสี จำนวน 2 กลุ่ม

             - กลุ่มที่ 1 จัด ณ กศน. ตำบลสิงห์ ผู้เข้าร่วมโครงการ 12 คน

             - กลุ่มที่ 2 จัด ณ กศน. ตำบลค้อเหนือ ผู้เข้าร่วมโครงการ 12 คน

         2) ช่างเชื่อมโลหะ จำนวน 1 กลุ่ม จัด ณ กศน. ตำบลทุ่งนางโอก ผู้เข้าร่วมโครงการ 12 คน

         3) ช่างทำฝ้าเพดาน จำนวน 1 กลุ่ม จัด ณ กศน. ตำบลสำราญ ผู้เข้าร่วมโครงการ 12 คน

         4) ช่างปูน จำนวน 3 กลุ่ม

             - กลุ่มที่ 1 จัด ณ กศน. ตำบลหนองคู ผู้เข้าร่วมโครงการ 12 คน

             - กลุ่มที่ 2 จัด ณ กศน. ตำบลหนองเป็ด ผู้เข้าร่วมโครงการ 12 คน

             - กลุ่มที่ 3 จัด ณ กศน. ตำบลขุมเงิน ผู้เข้าร่วมโครงการ 12 คน

  • กลุ่มเป้าหมายตามแผน : = 96 คน

  • ผู้เข้าร่วม-ผ่านกิจกรรม = 96 คน

  • ระดับความพึงพอใจ = 4.82 (มากที่สุด)

การเย็บหน้ากากอนามัยผ้า
การเย็บหน้ากากอนามัยผ้า

หลักสูตร 6 ชั่วโมง

การเย็บหน้ากากอนามัยผ้า
การเย็บหน้ากากอนามัยผ้า

หลักสูตร 6 ชั่วโมง

การเย็บหน้ากากอนามัยผ้า
การเย็บหน้ากากอนามัยผ้า

หลักสูตร 6 ชั่วโมง

การเย็บหน้ากากอนามัยผ้า
การเย็บหน้ากากอนามัยผ้า

หลักสูตร 6 ชั่วโมง

สภาพขั้นตอนการดำเนินการ (โครงการที่ 2)

         จัดกิจกรรมตามโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน วิชาชีพระยะสั้น หลักสูตรการทำหน้ากากอนามัยผ้า ๖ ชั่วโมง ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ผลผลิตจากการอบรม รองรับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคจากเชื้อไวรัสโคโร นา (COVID-19) โดยดำเนินการดังนี้

         1) คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการเป็นประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ กศน. ตำบลทั้ง 18 ตำบล ตำบลละ 8 คน รวมทั้งสิ้น          2) จัดการอบรมแยกตาม กศน. ตำบล โดยคณะวิทยากรผู้ให้ความรู้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มี ความรู้และประสบการณ์ในการเย็บหน้ากากอนามัย

  • กลุ่มเป้าหมายตามแผน : = 144 คน

  • ผู้เข้าร่วม-ผ่านกิจกรรม = 144 คน

  • ระดับความพึงพอใจ = 4.92 (มากที่สุด)

      ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 

  1. จำนวนผู้เข้ารับการอบรมเป็นไปตามแผนจัดการอบรมทั้งสองโครงการ จำนวน 240 คน

  2. มีหลักสูตร-สื่อ-การสาธิต ที่ชัดเจน เอื้อต่อการเรียนรู้

  3. วิทยากร มีความรู้ความเข้าใจ สามารถถ่ายทอดทักษะ ความรู้ได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

  4. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เกิดทักษะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประวันได้